การพยาบาลผู้ป่วยต้อกระจก

เรียบเรียงโดย…อ.ศิริพจน์ มะโนดี

ต้อกระจกเป็นภาวะที่แก้วตาขุ่นจึงกั้นมิให้แสงผ่านทะลุไปได้ทำให้ตามัวหรือถึงขั้นมองไม่เห็นแก้วตา(Lens)   มีลักษณะแบบเลนส์นูน แต่มีความโค้งทางด้านหน้าและด้านหลังไม่เท่ากัน ตรงขอบจะมีเส้นเอ็นไปยึดติดกับซีเลียรีบอดี เรียกว่า เอ็นยึดแก้วตา ประกอบด้วยน้ำ 65 % โปรตีน 35 % ตัวแก้วตาไม่มีใยประสาทรับความเจ็บปวด เส้นเลือดหรือเส้นประสาท แก้วตานี้จะเจริญเติบโตไม่มีวันสิ้นสุด แก้วตาที่เกิดใหม่จะอยู่รอบนอกผลักของเก่าเข้าไปตรงกลาง เนื่องจากการเจริญแบบนี้ตัวแก้วตาจะถูกอัดแน่นให้แข็งตัวขึ้นเรื่อย ๆ การเปลี่ยนรูปร่าง ความยืดหยุ่น ก็ค่อยๆ หมดไปมีหน้าที่ในการรวมและหักเหของแสงทำให้เกิดภาพที่จอตา

สาเหตุ
ประมาณ 95 % มาจากเสื่อมตามวัยซึ่งเป็นธรรมชาติเช่นเดียวกับอวัยวะอื่นของร่างกาย อีก 5% มาจากสาเหตุอื่น ได้แก่จากภยันตรายราย ความผิดปกติแต่กำเนิด โรคระบบอื่นและสารพิษการป้องกันบางตำราบอกว่าป้องกันได้โดยการหลีกเลี่ยงการมองหรืออยู่ในที่แดดจัดนานๆการใส่แว่นกันแดดแต่บางแหล่งบอกว่าไม่สามารถป้องกันได้เป็นไปตามวัย
พยาธิสรีรวิทยา
ปกติแก้วตาจะเริ่มทึบเมื่ออายุ 35 ปี และจะค่อยๆทึบขึ้นเรื่อยๆ เมื่ออายุ 70 ปี 90% จะเป็นต้อกระจกแก้วตาประกอบด้วย ตา ในระยะแรกจะมีการซึมผ่านของน้ำมากกว่าภาวะปกติทำให้เนื้อเยื่อของแก้วตาบวม เมื่อถึงระยะต้อกระจกสุกจำนวนน้ำที่เพิ่มขึ้นจะลดลงความหนาแน่นของแก้วตาจะค่อยๆ ลดลงเกิดการสูญเสียธาตุโพแทสเซียมโดยมีธาตุโซเดียมเข้ามาแทนที่เพื่อรักษาสมดุลแคลเซียมมาสะสมมากขึ้น การใช้ออกซิเจนลดลง ขณะเดียวกันจะเกิดความไม่สมดุลของโปรตีนชนิดของต้อกระจก


1. ต้อกระจกในวัยสูงอายุ (senile cataract)
พบมากที่สุด มักเป็นทั้งสองตาแต่ความขุ่นของแก้วตาอาจไม่เท่ากัน ที่พบทั่วไปมี 3ประเภท คือ ขุ่นบริเวณนิวเคลียส (nuclear sclerosis)หรือแก้วตาขุ่นจากบริเวณรอบนอก (cortical cataract)และแคปซูลส่วนหลังของแก้วตาขุ่น แบ่งเป็นระยะต่างๆดังนี้
1.1 ต้อกระจกเริ่มเป็น(immature cataract) จะมีการขุ่นของแก้วตาที่คอร์เท็กซ์(cortex) แต่นิวเคลียสใน หรือทึบตรงนิวเคลียสแต่ส่วนรอบๆใส ต้อกระจกสุก (mature cataract) ทั้งคอร์เท็กซ์และนิวเคลียสขุ่นหมดผู้ป่วยจะมองไม่เห็นอะไรในระยะที่จะวัดความสามารถในการมองเห็น( visual acuity = V.A.) อาจจะได้ finger count จนถึง hand movement
1.3 ต้อกระจกสุกงอม (hypermature cataract) ระยะนี้โปรตีนในแก้วตาจะมีการดูดซึม(osmosis)
ดึงน้ำเข้าไป ทำให้แก้วตาบวม วัดสายตาได้ PJ (projection of light) แก้วตาที่สุกมากจะมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดโรคแทรกซ้อน

2.ต้อกระจกโดยกำเนิด (congenital cataract)
มักเกิดเนื่องจากพันธุกรรมหรือเกิดจากการพัฒนาที่ผิดปกติเนื่องจากมารดาติดเชื้อไวรัสพวกหัดเยอรมัน (Rubella) ขณะตั้งครรภ์ 3 เชื้อไวรัสพวกหัดเยอรมัน (Rubella) ขณะตั้งครรภ์ 3 เดือนแรก

3.ต้อกระจกทุติยภูมิ ( secondary cataract)
สาเหตุจากภยันตราย จากโรคเบาหวานจากการได้รับยาเสตียรอยด์และได้รับแสงอุลตราไวโอเล็ตเป็นเวลานานๆ

อาการและอาการแสดง
1. ตามัวลงช้าๆ โดยไม่รู้สึกเจ็บปวดผู้ที่เป็นต้อกระจกจะให้ประวัติว่าตาจะมัวมากขึ้นในที่สว่างที่เป็นเช่นนั้นเนื่องจาก ขณะอยู่ที่สว่างรูม่านตาเล็กลงส่วนอยู่ในที่มืดจะเห็นชัดขึ้น เพราะรูม่านตาขยาย
2. มองเห็นภาพซ้อน เนื่องจากการหักเหของแสงในแต่ ละส่วนของแก้วตาเปลี่ยนไป
3. สายตาสั้นลงเพราะแก้วตาเริ่มขุ่นทำให้กำลังหักเหของแสงเปลี่ยนไปจึงมองในระยะใกล้ได้ชัด ขณะเดียวกันมองไกลจะไม่ชัดเมื่อใช้ไฟฉายส่องผ่านรูม่านตา จะเห็นแสงสะท้อนสีขาว
4. รูม่านตาจะเห็นขุ่นขาวเมื่อส่องดูด้วยไฟฉาย
5. ถ้าส่องตาผู้ป่วยด้วยเครื่องมือที่เรียก direct opthalmoscope บริเวณรูม่านตาจะเห็นเป็นเงาดำตามขนาดและรูปร่างของแก้วตาที่ขุ่น

การรักษา
ไม่มีการรักษาด้วยยา มีวิธีเดียวเท่านั้น คือ การผ่าตัดเอาแก้วตาที่ขุ่นออก ซึ่งเรียกว่า ลอกต้อกระจก
(lens extraction) ชนิดของการผ่าตัดผู้ป่วยโรคต้อกระจกมักไม่มาพบแพทย์ทันทีเมื่อมีอาการเพราะไม่เจ็บปวด แต่จะมาพบเมื่อมีผลต่อการมองเห็นมากๆและ มีผลต่อการทำกิจวัตรประจำวัน

1. Extracapsular Cataract Extraction (ECCE)
เป็นการผ่าตัดเอาแก้วตาออกเหลือแต่เปลือกหุ้มแก้วตาด้านหลัง หลังผ่าตัดประมาณ 1 1/2 - 2 เดือน ต้องสวมแว่นตาจึงมองเห็นชัดในภาวะที่ไม่มีแก้วตาหรือเลนส์นี้มีชื่อเฉพาะเรียกว่า aphakia

2.Intracapsular Cataract Extraction (ICCE)
เป็นการผ่าตัดเอาแก้วตาออก โดยการใช้ Freezing probe และลอกเอาแก้วตาออกทั้ง capsule และ เนื้อในแก้วตา ผลของการผ่าตัดชนิดนี้มีผลไม่แน่นอน มีผลต่อสายตาการมองถ้าไม่ใส่เลนส์เข้าไปแทนที่ผู้ป่วยจะต้องใส่แว่นตา หรือคอนแทคเลนส์ หรือถ้าใส่แล้วแพทย์วางตำแหน่งไม่ตรงทำให้เกิดสายตาเอียงได้

3.Extracapsular Cataract Extraction with Intraocular Lens (ECCE c IOL)
เป็นการผ่าตัดเอาแก้วตาออกเหลือแต่เปลือกหุ้มแก้วตาด้านหลังร่วมกับใส่แก้วตาเทียมหลังผ่าตัดผู้ป่วยสามารถมองเห็นชัดทันทีการมองเห็นภาพจะขนาดใกล้เคียงกับตาคนปกติมากที่สุดไม่ต้องสวมแว่นตา สามารถขจัดปัญหาการสูญหายของแว่นตาลงได

4.Phacoemulsification with Intraocular Lens ( PE c IOL)

เป็นการผ่าตัดต้อกระจกโดยการใช้คลื่นเสียงหรืออัลตราซาวด์ที่มีความถี่สูงเข้าไปสลายเนื้อ แก้วตาแล้วดูดออกมาทิ้ง และจึงนำแก้วตาเทียมใส่เข้าไปแทนข้อดีของวิธีนี้ต่างกับวิธีปกติตรงที่แผลผ่าตัดเล็กกว่าการเกิดสายตาเอียงหลังการผ่าตัดน้อยลงระยะพักฟื้นหลังการผ่าตัดสั้นกว่าข้อเสียเนื่องจากเป็นวิธีใหม่
ดังนั้นต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ต้องใช้เครื่องมือราคาแพง และต้องใช้สารหล่อลื่น (viscoelastic)
ช่วยในระหว่างผ่าตัด มิฉะนั้นเครื่องอัลตราซาวด์อาจไปสั่น ทำลายกระจกตาได้


แก้วตาเทียม (Intraocular Lens)
เป็นสิ่งประดิษฐ์ใช้แทนเลนส์ธรรมชาติมักทำจากสาร Polymethyl methaacrylate (PMMA)
ซึ่งไม่มีปฏิกิริยากับเนื้อตาลักษณะแก้วตาเทียมประกอบด้วย 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ
1. ส่วนที่เป็นแก้วตาเทียม (optical portion) ส่วนนี้ทำหน้าที่หักเหแสงให้ตกบนจอประสาทตา
เพื่อให้เห็นภาพชัดส่วน
2. ขาแก้วตาเทียม ( haptic portion) ทำหน้าที่ยึดหรือพยุงให้แก้วตาเทียมอยู่ในตำแหน่งที่ต้องการ
ไม่ให้เคลื่อนที่หรือเลื่อนหลุดไป มีทั้งที่เป็นขาแข็งและที่ยืดหยุ่นได้ แบบสปริง

อาการแทรกซ้อนหลังผ่าตัดต้อกระจก
1. ความดันลูกตาสูง ( Increase intraocular pressure) IOP
เกิดจากผลของกิจกรรมบางอย่างทำให้ความดันลูกตาสูงทันทีทันใดเช่น การไอ การจาม การอาเจียน การก้มหน้าต่ำกว่าระดับเอวการยกของหนัก การบีบตา การเบ่งถ่ายอุจจาระ และการนอนตะแคงข้างที่ผ่าคัด ความดันจะสูงกว่า 20 มม.ปรอท
2. การดึงรั้งของแผลเย็บ ( stress on the suture Line) เมื่อความดันลูกตาสูงทำให้แผลเย็บถูกดึงรั้งเกิดเลือดออกในช่องหน้าม่านตาได้ผู้ป่วยปวดตาหรือไม่ปวดก็ได้ขึ้นกับจำนวนเลือดในช่องหน้าม่านตา
3. เลือดออกในช่องหน้าม่านตา (hyphema) เกิดจากการฉีกขาดฉีกขาดของเส้นเลือดม่านตา และ ซีเลียรีบอดี สาเหตุจากภยันตรายชนิดไม่มีคม ( blunt trauma) เกิดขึ้นเอง และจากผู้ป่วยปฏิบัติตนหลังผ่าตัดไม่ถูกต้อง
4. การติดเชื้อ ( infection) เกิดได้จากหลายสาเหตุ
ตาถูกน้ำ ผู้ป่วยขยี้ตา
5.vetreous prolapse เกิดจากการแตกของ posterior capsule มีvetreous ในแผลทำให้การหายของแผลช้าและอาจมีรูที่ ratina ทำให้กระจกตาลอกหลุดได้
6.ท่อทางเดินน้ำตาเกิดการติดเชื้อ เกิดจากการบาดเจ็บขณะผ่าตัด ในการใส่เลนส์

การพยาบาลผู้ป่วยก่อนผ่าตัดต้อกระจก

ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล

    1. เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุเนื่องจากตามัวและสูงอายุ
    2. วิตกกังวลเนื่องจากขาดความรู้เกี่ยวกับขั้นตอนการผ่าตัด และการดูแลตนเองก่อนผ่าตัด
    3. วิตกกังวลเนื่องจากไม่คุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมและเครื่องใช้ในหอผู้ป่วย
    4. เสี่ยงต่อการเกิดภาวะแทรกซ้อนภายหลังผ่าตัดเนื่องจากร่างกายขาดความพร้อมในการผ่าตัด

การพยาบาล

    1. การพยาบาลเพื่อป้องกันอุบัติเหตุ
      1. ให้ผู้ป่วยนอนเตียงเตี้ย และล้อเตียงสามารถล็อคได้
      2. อธิบายสิ่งแวดล้อมภายในห้อง หรือตึกผู้ป่วย รวมทั้งการใช้ห้องน้ำ ห้องส้วม การใช้กริ่งเพื่อขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่
      3. ไม่เร่งรีบผู้ป่วยในขณะทำกิจวัตรประจำวัน
    2. การพยาบาลเพื่อลดความวิตกกังวลก่อนผ่าตัด
      1. สร้างสัมพันธภาพกับผู้ป่วยและญาติ โดยเข้าไปพูดคุย ให้เวลาและความเป็นกันเองกับผู้ป่วย ตรวจเยี่ยมผู้ป่วยอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้ผู้ป่วยเกิดความรู้สึกไว้วางใจ
      2. ประเมินระดับความวิตกกังวล และความสามารถในการดูแลตนเองของผู้ป่วย เพื่อนำมาวางแผนการพยาบาล โดยการพูดคุย ซักถาม และสังเกตพฤติกรรม การแสดงออกของผู้ป่วย พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ผู้ป่วยและญาติซักถามข้อข้องใจ
      3. แนะนำสภาพแวดล้อมที่เตียง และเครื่องใช้ต่างๆ โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ตามองไม่เห็น หรือมองเห็นไม่ชัดทั้งสองข้าง ให้ผู้ป่วยได้สัมผัสสิ่งต่างๆ พร้อมทั้งแนะนำการใช้กริ่ง
      4. อธิบายเกี่ยวกับโรคของผู้ป่วยพอสังเขป ขั้นตอนการผ่าตัดอย่างง่ายๆ และชัดเจน ให้เหมาะสมกับสภาพผู้ป่วย รวมทั้งการปฏิบัติตัวก่อนและขณะรับการผ่าตัด
      5. บอกเวลาเยี่ยมและระยะเวลาที่ผู้ป่วยต้องนอนโรงพยาบาล แก่ผู้ป่วยและญาติ
      6. แนะนำให้รู้จักกับผู้ป่วยข้างเตียง และให้มีโอกาสพูดคุยกับผู้ป่วยโรคเดียวกัน ที่ได้รับการผ่าตัดไปแล้วได้ผลดี
      7. ให้ความมั่นใจแก่ผู้ป่วยและญาติว่าจะมีเจ้าหน้าที่พยาบาลดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชม.
    3. การพยาบาลเพื่อให้ผู้ป่วยมีความพร้อมทางด้านร่างกายก่อนผ่าตัด
      1. ประเมินความพร้อมโดยดูจากผลการตรวจต่างๆ ของผู้ป่วยดังนี้
        1. ตรวจจำนวนเม็ดเลือด ( complete blood count ) ตรวจปัสสาวะ เอกซเรย์ปอด ตรวจเอดส์ ( anti - HIV ) ตรวจน้ำตาลในเลือดในกรณีผู้ป่วยมีประวัติโรคเบาหวาน
        2. วัดความดันโลหิต และล้างถุงน้ำตา ( irrigate sac ) ทุกราย
        3. ในรายที่ทำผ่าตัดต้อกระจกชนิดใส่เลนส์เทียมจะต้องมีผลการตรวจกำลังแก้วตาเทียม( power IOL )
        4. จัดเตรียมยา และอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้พร้อม
        5. ซักประวัติความเจ็บป่วยอื่นๆ และการแพ้ยาของผู้ป่วย พร้อมทั้งผลการตรวจและรักษาจากบันทึกในเวชระเบียน
        6. เตรียมร่างกายผู้ป่วยโดย
          1. ทำความสะอาดผิวหนังเฉพาะที่ตามแผนการรักษา เช่น ตัดขนตาล้างตา ฟอกหน้าก่อนนอนและเช้าวันผ่าตัด
          2. ดูแลความสะอาดทั่วไป เช่น สระผม โกนหนวด ตัดเล็บ และเช็ดล้างสีเล็บ อาบน้ำหรือเช็ดตัวเช้าวันผ่าตัด ทำความสะอาดปากและฟัน เป็นต้น
          3. ให้ยาหยอดตาขยายรูม่านตาตามแผนการรักษา

การพยาบาลผู้ป่วยหลังผ่าตัดต้อกระจก

ข้อวินิจฉัยทางการพยาบาล

    1. เสี่ยงต่ออุบัติเหตุเนื่องจากตาอาจถูกกระทบกระเทือน
    2. ไม่สุขสบาย : ปวดตาเนื่องจากมีการบาดเจ็บของเนื้อเยื่อหลังผ่าตัดตา
    3. เสี่ยงต่อการติดเชื้อเนื่องจากพร่องความรู้เรื่องการปฏิบัติตนที่ถูกต้อง
    4. มีความพร่องในการดูแลตนเองเนื่องจากถูกปิดตา
    5. เสี่ยงต่อการเกิดแผลเย็บฉีกขาด ความดันลูกตาสูงและเลือดออกในช่องหน้าม่านตา เนื่องจากพร่องความรู้เกี่ยวกับการปฏิบัติตนที่ถูกต้อง
    6. มีความพร่องในการดูแลตนเองภายหลังผ่าตัดตา หยอดตา การป้องกันอุบัติเหตุและภาวะแทรกซ้อนที่อาจเกิดขึ้นได้

การพยาบาล

    1. การพยาบาลเพื่อป้องกันการกระทบกระเทือนตา
      1. ในขณะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยจากเตียงของห้องผ่าตัดมายังเตียงในหอผู้ป่วย พยาบาลต้องช่วยประคองศีรษะผู้ป่วย พร้อมทั้งให้ผู้ป่วยค่อยๆ เลื่อนตัวมาที่เตียงนอน
    2. การพยาบาลเพื่อช่วยลดอาการปวดตาและให้พักหลับได้
      1. ให้ยาแก้ปวดตามแผนการรักษา พร้อมทั้งประเมินหลังให้ยา ถ้าอาการปวดไม่ทุเลาต้องรายงานแพทย์
      2. จัดท่านอนให้ผู้ป่วย ไม่นอนทับบริเวณตาที่ได้รับการผ่าตัด
      3. จัดสภาพแวดล้อมไม่ให้มีสิ่งรบกวนผู้ป่วยมากเกินไป เช่น แสง เสียง อุณหภูมิ ยุง เป็นต้น
    3. การพยาบาลเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่ตาภายหลังผ่าตัด
      1. แนะนำผู้ป่วยเกี่ยวกับวิธีทำความสะอาดใบหน้าโดยไม่ให้น้ำเข้าตาข้างที่ทำผ่าตัด
      2. เน้นไม่ให้ผู้ป่วยเปิดตา ใช้นิ้วมือแยงตาหรือขยี้ตา
      3. ปิดผ้าปิดตา และครอบที่ครอบตาตามแผนการรักษาและตรวจสอบให้ปิดแน่นไม่เคลื่อนหลุด เพื่อป้องกันผู้ป่วยเอานิ้วมือเข้าไปสัมผัสหรือขยี้ตา
      4. ล้างมือให้สะอาดทุกครั้ง ทั้งก่อนและหลังให้การพยาบาล และปฏิบัติการพยาบาลอย่างถูกต้องด้วยวิธีปลอดเชื้อทุกขั้นตอน
    4. การพยาบาลเพื่อลดความพร่องในการดูแลตนเองเมื่อถูกปิดตาข้างที่ผ่าตัด
      1. เมื่อพยาบาลไม่ได้อยู่ที่เตียงผู้ป่วยให้ว่างกริ่งไว้ใกล้มือผู้ป่วยตลอดเวลาและตอบรับการร้องขออย่างรวดเร็ว ให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยตามความเหมาะสม
      2. บอกแผนการพยาบาลทุกครั้งขณะให้การพยาบาลผู้ป่วย
      3. บอกชนิดอาหารและเครื่องดื่ม ให้ผู้ป่วยทราบทุกครั้ง
    5. การพยาบาลเพื่อป้องกันการเกิดความดันลูกตาสูง แผลเย็บฉีกขาด เลือดออกในช่องหน้าม่านตา
      1. จัดท่านอนให้ผู้ป่วยไม่นอนทับบริเวณตาที่ได้รับการผ่าตัด
      2. แนะนำผู้ป่วยให้หลีกเลี่ยงการไอจามแรงๆ การก้มศีรษะต่ำกว่าระดับเอว การตำหมาก
      3. แนะนำผู้ป่วยให้หลีกเลี่ยงการออกแรงมากๆ ในการเบ่งถ่ายอุจจาระ การสั่นหน้ามากๆ ขณะแปรงฟัน
    6. การพยาบาลเพื่อให้มีความรู้เกี่ยวกับการดูแลตนเองเมื่อกลับบ้าน
      1. ขณะอาบน้ำให้ใช้ขันตักราดจากไหล่ลงมา ระวังอย่าให้น้ำกระเด็นเข้าตา
      2. แนะนำเวลาแปรงฟัน ค่อยๆแปรง ไม่สั่นศีรษะไปมา
      3. สามารถรับประทานอาหารได้ทุกอย่าง หลีกเลี่ยงอาหารแข็ง เหนียว ที่ต้องออกแรงเคี้ยวมากๆ
      4. ไม่ควรให้ท้องผูก ดังนั้นพยายามรับประทานผัก ผลไม้ เป็นประจำ
      5. แนะนำผู้ป่วยหลีกเลี่ยงการยกของหนัก การออกกำลังกายประเภทกระโดด เล่นโยคะ
      6. สระผมได้ถ้าคันศีรษะ โดยให้ผู้อื่นสระให้ ไม่ให้เกาแรงและระมัดระวังไม่ให้น้ำกระเด็นเข้าตาข้าง
      7. ใช้สายตาได้ตามปกติ เช่น ดูโทรทัศน์ หรืออ่านหนังสือ แต่ถ้าเมื่อยตาก็ให้หยุดพัก
      8. เน้นให้ผู้ป่วยเห็นความสำคัญของการใช้ผ้าปิดตา และที่ครอบตา
      9. สอนผู้ป่วยและญาติเกี่ยวกับการเช็ดตา หยอดตา ป้ายตา ให้ถูกต้องตามเทคนิคปลอดเชื้อ
      10. แนะนำเรื่องการรับประทานยา และใช้ยาหยอดตา ยาป้ายตา ตามแผนการรักษา
      11. แนะนำให้ผู้ป่วยทราบเกี่ยวกับอาการผิดปกติที่ควรมาพบแพทย์ทันทีได้แก่ปวดตามากผิดปกติ ถึงแม้รับประทานยาแก้ปวดที่ได้รับจากโรงพยาบาลแล้วก็ไม่ทุเลา
      12. มาตรวจตามแพทย์นัดทุกครั้ง

 

 Accession Number 1997034893 NLM Unique Identifier: 98174883.

Special Fields Contained Fields available in this record: abstract, cited references.

Authors: Garbee DD.

Institution: Clinical Nurse II, Methodist Ambulatory Surgery Center, New Orleans.

Title: Phacoemulsification procedures performed with topical anesthesia.

Source: AORN Journal. 66(2):253-4, 256-7, 260-2 passim, 1997 Aug. (20 ref)

Abstract

Phacoemulsification procedures with topical anesthesia, performed with small corneal incisions and 4% lidocaine hydrochloride methylparaben-free eye drops, have very high patient satisfaction rates because patients do not experience intraoperative pain, do not require sutures or eye patches, and have immediate improvements in their vision. Phacoemulsification procedures with topical anesthesia are cost-effective for surgery departments because patients have shorter hospitalizations and require fewer chargeable items. The perioperative nursing role is essential to the success of phacoemulsification procedures with topical anesthesia. (20 ref)


 

บรรณานุกรม

ขวัญตา เกิดชูชื่นและสุจินดา ริมศรีทอง .การพยาบาลจักษุวิทยา เล่ม 1. กรุงเทพมหานคร : ภาควิชาพยาบาลศาสตร์ คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี , 2540.

พวงรัตน์ บุญญานุรักษ์. คู่มือการนิเทศ : การฝึกประสบการณ์วิชาชีพพยาบาล. ชลบุรี : ศรีศิลปการพิมพ์, 2539.

มณฑาทิพย์ ไชยศักดิ์ . ระเบียบวิธีการสอนการพยาบาลในคลินิก . กรุงเทพมหานคร : สถาบันพระบรมราชชนก , 2543 .

สมคิด รักษาสัตย์และประนอม โอทกานนท์. การจัดการเรียนการสอนในตึกผู้ป่วย. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์เอเซีย, 2525.

อเนก เพฑวณิช . จักษุวิทยาในเวชปฏิบัติทั่วไป . พิมพ์ครั้งที่ 2 . กรุงเทพมหานคร : คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล   มหาวิทยาลัยมหิดล , 2528.

อภิชาต สิงคาลวณิช . จักษุวิทยา . กรุงเทพมหานคร : โฮลิสติกพับลิชชิ่ง จำกัด , 2540.

จรีเมธ กาญจนารัณย์ . Anatomy of the eye . กรุงเทพมหานคร : ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทย์ศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล , 2529.

 

CD-ROM

Garbee DD. ( 1997 ) . Phacoemulsification procedures performed with topical anesthesia. AORN Journal . 66 (2) : 253-4 ,

256-7 , 260-2 passim , Aug .

 

INTERNET

http://www.nei.nih.gov/publications/cataracts.htm

http://depts.washington.edu/ophthweb/cataract.html

http://www.getnet.com/~labores/cataract.html

http://www.mayohealth.org/mayo/9803/htm/cataracts.htm

http://www.alconlabs.com/us/eo/surgery/B4_Cat_Surgery/index.jhtml

http://www.excite.com/health/disabilities/hearing_and_visual/eye_conditions/cataract/