งานควบคุมและป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ (IC)
การปฏิบัติต่อผู้ป่วยติดเชื้อตามหลักการแยกผู้ป่วยตามวิถีทางการแพร่กระจายเชื้อ
เมื่อใดที่ทราบหรือสงสัยว่าผู้ป่วยมีการติดเชื้อ หรือมีเชื้อก่อโรคอาศัยอยู่ รวมทั้งสามารถแพร่กระจายเชื้อ การดูแลผู้ป่วยควรปฏิบัติตามหลักการแยกผู้ป่วยตาม ดังนี้
1. การแยกผู้ป่วยติดเชื้อที่แพร่กระจายเชื้อทางอากาศ ควรปฏิบัติดังนี้
1.1 จัดให้ผู้ป่วยอยู่ห้องแยกที่มีประตูปิดมิดชิดอยู่เสมอ ปรับความดันในห้องแยกเป็นลบ มีการแลกเปลี่ยนอากาศอย่างน้อย 6 12 รอบต่อชั่วโมง และมีการกรองอากาศที่จะออกจากห้อง ใช้สำหรับห้องแยกที่ปรับความดันได้ ส่วนห้องแยกที่ปรับความดันไม่ได้ จัดให้มีการแลกเปลี่ยนอากาศดี ไม่มีสิ่งขัดขวางการระเหย อากาศ มีแสงแดดส่องถึง ซึ่งผู้ป่วยที่เจ็บป่วยด้วยเชื้อก่อโรคชนิดเดียวกัน สามารถอยู่ห้องหรือบริเวณเดียวกันได้ และไม่ควรจัดไว้บริเวณเดียวกับผู้ป่วยที่ไวต่อการติดเชื้อ เช่น ผู้ป่วยติดเชื้อ เอช ไอ วี หรือผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว เป็นต้น
1.2 สวมอุปกรณ์ป้องกันการติดเชื้อทางเดินหายใจ ควรเป็นอุปกรณ์ที่สามารถกรองเชื้อโรคที่แพร่กระจายทางอากาศได้อย่างมีประสิทธิภาพ
1.3 จำกัดบุคคลที่เข้าไปในห้องแยก บุคคลที่ไวต่อการติดเชื้อ ไม่ควรเข้าไปในห้องของผู้ป่วยที่ทราบ หรือสงสัยว่าเป็นวัณโรค โรคหัด หรือสุกใส แต่ถ้าจำเป็นควรใส่เครื่องป้องกันติดเชื้อทางเดินหายใจที่ถูกต้อง สำหรับบุคคลที่มีภูมิต้านทานต่อโรคหัด หรือสุกใสแล้ว ไม่จำเป็นต้องใส่เครื่องป้องกันติดเชื้อทางเดินหายใจ เมื่อต้องเข้าไปในห้องของผู้ป่วยโรคหัด หรือสุกใส
1.4 พยาบาลต้องล้างมือก่อน และหลังสัมผัสผู้ป่วย หรือสิ่งของของผู้ป่วย
1.5 อุปกรณ์ / เครื่องใช้ ที่ใช้ในการดูแลผู้ป่วย ล้างทำความสะอาดโดยผู้ล้างใช้เครื่องป้องกันประกอบด้วย ถุงมือยางหนา ผ้ากันเปื้อน แว่นป้องกันตา และผ้าปิดปาก จมูก ก่อนส่งทำลายเชื้อหรือทำให้ปราศจากเชื้อ
1.6 มูลฝอยติดเชื้อจากผู้ป่วย เช่น กระดาษปนเปื้อนเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย เสมหะของผู้ป่วย ทิ้งลงกระโถนที่รองถุงพลาสติก ปิดปากถุงให้แน่น ทิ้งลงในถุงแดงรองรับขยะติดเชื้อ
1.7 เครื่องผ้าทุกชนิด หลังใช้แล้ว ให้ระมัดระวังในการจับต้อง ทิ้งลงในถุงแดง ปิดปากพุงให้แน่น เขียนบอกให้ทราบก่อนส่งแผนกซักฟอก
1.8 จำกัดการเคลื่อนย้ายผู้ป่วยออกนอกห้องแยก หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้าย จะต้องให้ผู้ป่วยสวมผ้าปิดปาก จมูก ชนิดที่ใช้ในการผ่าตัด รวมทั้งแจ้งให้บุคลากรในหน่วยงานที่จะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปให้ทราบ เพื่อจะได้เตรียมการรับผู้ป่วยอย่างถูกต้อง ในกรณีที่ผู้ป่วยรู้สึกตัวดี ควรแจ้งให้ผู้ป่วยทราบและแนะนำการป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ เพื่อขอความร่วมมือ
2. การแยกผู้ป่วยติดเชื้อที่แพร่กระจายเชื้อโดยฝอยละออง ควรปฏิบัติดังต่อไปนี้
2.1 ผู้ป่วยควรอยู่ห้องแยก กรณีไม่มีห้องแยกควรจัดให้อยู่ห้องเดี่ยวกับผู้ป่วยที่ติดเชื้อก่อโรคชนิดเดียวกัน โดยไม่มีการติดเชื้อโรคชนิดอื่น แต่ถ้าไม่มีห้องแยกและจำเป็นต้องให้อยู่ร่วมกับผู้ป่วยอื่น ๆ ควรจัดให้เตียงห่างกันอย่างน้อย 3 ฟุต ห้องแยกไม่จำเป็นต้องควบคุมการระบายอากาศประตูห้องแยกไม่จำเป็นต้องปิด
2.2 สวมผ้าปิดปาก จมูก ชนิดสำหรับใช้ในการผ่าตัด เมื่อปฏิบัติงานใกล้ชิดผู้ป่วยน้อยกว่า 3 ฟุต หรือเมื่อเข้าห้องแยกผู้ป่วย
2.3 ล้างมือก่อนและหลังสัมผัสผู้ป่วย หรือสิ่งของของผู้ป่วย
2.4 สวมถุงมือ หากต้องสัมผัสกับสารคัดหลั่ง หรือสิ่งปนเปื้อนเชื้อของผู้ป่วย
2.5 สวมเสื้อคลุม เมื่อปฏิบัติกิจกรรมการพยาบาลที่คาดว่ามีโอกาสสัมผัสกับสิ่งคัดหลั่งหรือสิ่งปนเปื้อนของผู้ป่วย
2.6 ควรระมัดระวังในการสัมผัสอุปกรณ์ที่ใช้ในการดูแลผู้ป่วยที่มีการปนเปื้อนสารคัดหลั่งหรือสิ่งปนเปื้อนเชื้อของผู้ป่วย
2.7 อุปกรณ์ เครื่องใช้ที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่ง หรือสิ่งปนเปื้อนเชื้อ ล้างทำความสะอาดโดยผู้ล้างใช้ เครื่องป้องกันประกอบด้วย ถุงมือยางหนา ผ้ากันเปื้อน แว่นป้องกันตา และผ้าปิดปาก จมูก ก่อนส่งทำลายเชื้อ หรือทำให้ปราศจากเชื้อ
2.8 เครื่องผ้าทุกชนิดหลังใช้แล้ว ให้ระมัดระวังในการจับต้อง ทิ้งลงในถุงแดง ปิดปากถุงให้แน่น เขียนบอกให้ทราบก่อนส่งแผนกซักฟอก
2.9 มูลฝอยติดเชื้อจากผู้ป่วย เช่น กระดาษปนเปื้อนเสมหะ น้ำมูก น้ำลาย ทิ้งลงกระโถนที่รองถุงพลาสติก ปิดปากถุงให้แน่น ทิ้งลงในถุงแดง ส่งเผาที่เตาเผาขยะติดเชื้อ
2.10 การเคลื่อนย้าย หากจำเป็นต้องเคลื่อนย้าย จะต้องให้ผู้ป่วยสวมผ้าปิดปาก จมูก และ แจ้งให้หน่วยงานที่จะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปได้ทราบ เพื่อเตรียมการรับผู้ป่วยอย่างถูกต้อง
3. การแยกผู้ป่วยติดเชื้อที่แพร่กระจายจากการสัมผัส ควรปฏิบัติดังนี้
3.1 ผู้ป่วยอยู่ห้องแยก ผู้ป่วยที่ติดเชื้อโรคชนิดเดียวกัน และไม่ติดเชื้อชนิดอื่น อยู่รวมห้องเดียวกันได้ กรณีไม่มีห้องแยกจัดให้ผู้ป่วยอยู่มุมใดมุมหนึ่งของห้อง ใช้ฉากหรือม่านกั้นเป็นสัดส่วน รวมทั้งให้พิจารณาระบาดวิทยาของเชื้อก่อโรคนั้น ๆ ด้วย
3.2 สวมถุงมือสะอาด หากต้องสัมผัสกับสารคัดหลั่ง สิ่งขับถ่ายหรือสิ่งปนเปื้อนเชื้อของผู้ป่วยและเปลี่ยนถุงมือเมื่อเสร็จสิ้นหนึ่งกิจกรรม ถอดถุงมือทันทีเมื่อสิ้นสุดการดูแลผู้ป่วย
3.3 ควรสวมเสื้อคลุม หากคาดว่ามีโอกาสสัมผัสกับสารคัดหลั่ง สิ่งขับถ่าย หรือสิ่งปนเปื้อนเชื้อของผู้ป่วย และถอดเสื้อคลุมก่อนออกจากห้องผู้ป่วย
3.4 ต้องล้างมือก่อนและหลังสัมผัสผู้ป่วย หรือสิ่งของของผู้ป่วยและล้างมือด้วยสบู่เหลวทำลายเชื้อ หลังถอดถุงมือ เมื่อสัมผัสหรือปนเปื้อนสิ่งคัดหลั่ง สิ่งขับถ่ายหรือสิ่งปนเปื้อนเลือด
3.5 อุปกรณ์ที่ใช้ในการดูแลผู้ป่วย ควรแยกของใช้ของผู้ป่วย และระมัดระวังในการจับต้องกรณีที่เป็นอุปกรณ์ใช้ร่วมกับผู้ป่วยอื่น ให้ทำความสะอาดและทำลายเชื้ออย่าถูกวิธีก่อนนำไปใช้
3.6 อุปกรณ์ เครื่องใช้ที่ปนเปื้อนสารคัดหลั่ง หรือสิ่งปนเปื้อนเชื้อ ล้างทำความสะอาด โดยผู้ล้างใช้เครื่องป้องกัน ประกอบด้วย ถุงมือยางหนา ผ้ากันเปื้อน แว่นป้องกันตา และผ้าปิดปาก จมูก ก่อนส่งทำลายเชื้อ หรือทำให้ปราศจากเชื้อ
3.7 เครื่องผ้าทุกชนิด หลังใช้แล้วให้ระมัดระวังในการจับต้อง ทิ้งลงในถุงแดงปิดปากถุงให้แน่น เขียนบอกให้ทราบก่อนส่งแผนกซักฟอก
3.8 มูลฝอยติดเชื้อจากผู้ป่วย ที่ปนเปื้อนสิ่งคัดหลั่ง สิ่งขับถ่าย หรือสิ่งปนเปื้อนเชื้อทิ้งลงกระโถนที่รองถุงพลาสติก ปิดปากถุงให้แน่น ทิ้งลงในถุงแดง ส่งเผาที่เตาเผาขยะติดเชื้อ
3.9 จำกัดการเคลื่อนย้ายผู้ป่วย เคลื่อนย้ายเมื่อจำเป็นเท่านั้น หากผู้ป่วยมีแผลให้ทำแผลใหม่ เพื่อป้องกันการซึมผ่านของสารคัดหลั่งของผู้ป่วย รวมทั้งแจ้งให้บุคลากรในหน่วยงานที่จะเคลื่อนย้ายผู้ป่วยไปให้ทราบ เพื่อจะได้เตรียมรับผู้ป่วยอย่างถูกต้อง เมื่อนำผู้ป่วยกลับมายังห้องแยก ให้เก็บผ้าปูเตียงและผ้าขวางเตียงที่ใช้คลุมตัวผู้ป่วยทิ้งลงในถังผ้าติดเชื้อ
|